การยืนป้องกันที่ดีควรทำอย่างไร

การยืนป้องกันที่ดีนั้นจะต้องอยู่ในท่าย่อตัวหรือท่าสมดุลเท่านั้น ยืนให้เต็มฝ่าเท้า ส่วนของน้ำหนักอยู่กึ่งกลางฝ่าเท้าทั้งสองข้างและให้มีความรู้สึกว่าน้ำหนักส่วนใหญ่นั้นจะต้องอยู่ที่ก้นคล้ายกับลักษณะว่าเรานั่งบนเก้าอี้ เมื่อเราอยู่ในท่าย่อขณะป้องกันจะต้องมองไปที่ท้องของผู้ถือบอล ยืนห่างจากผู้ถือบอล 1 ช่วงแขน ห้ามมองที่ตาหรือบอลเด็ดขาด(เพราะอาจโดนหลอกเอาง่ายๆ) บอลจะเคลื่อนไปได้ด้วยมือโยกไปมา แต่ถ้าร่างกายเคลื่อนจะต้องมีการเคลื่อนไหวทั้งลำตัว ดังนั้นท้องจะต้องเคลื่อนไปด้วย ถ้าท้องเคลื่อนจึงค่อยเคลื่อนไปตามทิศทาง ที่ท้องเคลื่อนไป เราจะทำอย่างไรให้เลี้ยงบอลได้คล่องตัว สิ่งใดบ้างที่จะทำให้เราเลี้ยงบอลได้คล่องแคล่วและว่องไว จนกระทั่งสามารถหลบหรือหลีกเพื่อป้องกันของคู่แข่งขัน คือ “การจัดลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง” ท่าทางที่ดีและถูกต้องควรจะต้องอยู่ในท่าย่อตัว หรือถ้าจะพูดให้เกิดภาพที่ชัดเจนคือท่า “นั่งเก้าอี้” นั้นเอง ถ้าถนัดมือขวาให้ใช้เท้าซ้ายอยู่เหนือเท้าขวา ช่องว่างระหว่างเท้ากว้างกว่าหัวไหล่ เท้าซ้ายคล่มบังบอลทำมุมประมาณ 45 องศา กับเท้าขวา (ทิศทางที่จะเลี้ยงไปถือว่าเป็นมุม 90 องศา กับลำตัวที่ยืนตรง เท้าซ้ายทำมุม 45 องศา กับด้านขวาของลำตัว) ในขณะที่หัวไหล่ทำมุมประมาณ 25 องศา ยกแขนซ่ายขึ้นในขณะที่เลี้ยงบอลช้าหรือขณะที่มีผู้ป้องกันจะเข้ามาแย่งบอล เมื่ออยู่ในลักษณะท่าทางที่ถูกต้อง ผู้ป้องกันจะไม่สามารถแย่งบอลได้ ถ้าผู้ป้องกันเข้ามาทางด้านขวามือ ผู้เลี้ยงจะหมุนตัวกลับเปลี่ยนทิศทางไปด้านซ้ายมือ โดยเปลี่ยนเลี้ยงบอลด้วยมือซ้ายและยกมือขวาขึ้นมาบังด้านหน้าไว้ ฝึกการเปลี่ยนทิศทางการพาบอล เช่น เปลี่ยนจากขวาไปซ้ายด้านหน้า เปลี่ยนจากซ้ายไปขวาด้านหน้า เปลี่ยนโดยการหมุนตัว เปลี่ยนโดยารตวัดหลัง เปลี่ยนโดยลอดระหว่างขา ฝึกเลี้ยงบอลทุกวันโดยการพยายามจับจังหวะการขึ้นลงของบอลให้มือควบคุมลูกบอลได้ตลอดเวลา เมื่อ ประมาทสั่งให้ทำอะไรมือก็ต้องทำได้เช่น

ประวัติบาสเกตบอล

เมื่อได้วางกติกาการเล่นขึ้นมาแล้วก็ได้นำไปทดลอง และพยายามปรับปรุงแก้กไขระเบียบดีขึ้น เขาได้พยายามลดจำนวนผู้เล่นลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน จนในที่สุดก็ได้กำหนดตัวผู้เล่นไว้ฝ่ายละ 5 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุดกับขนาดเนื้อที่สนาม Dr.James ได้ทดลองการเล่นหลายครั้งหลายหน และพัฒนาการเล่นเรื่อยมา จนกระทั่งเขาได้เขียนกติกาการเล่นไว้เป็นจำนวน 13 ข้อ ด้วยกัน และเป็นต้นฉบับการเล่นที่ยังคงปรากฏอยู่บนกระดานเกียรติยศในโรงเรียนพลศึกษา ณ Springfield อยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ กติกา 13 ข้อ ของ Dr.James มีดังนี้ ผู้เล่นห้ามถือลูกบอลแล้ววิ่ง ผู้เล่นจะส่งบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มือเดียวหรือสองมือก็ได้ ผู้เล่นจะเลี้ยงบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มือเดียวหรือสองมือก็ได้ ผู้เล่นต้องใช้มือทั้งสองเข้าครอบครองบอล ห้ามใช้ร่างกายช่วยในการครอบครองบอล ในการเล่นจะใช้ไหล่กระแทก หรือใช้มือดึง ผลัก ตี หรือทำการใดๆให้ฝ่ายตรงข้ามล้มลง ไม่ได้ ถ้าผู้เล่นฝ่าฝืนถือเป็นการฟาวล์ 1 ครั้ง ถ้า ฟาวล์ 2 ครั้ง หมดสิทธิ์เล่น จนกว่าฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใดทำประตูกันได้จึงจะกลับมาเล่นได้อีก ถ้าเกิดการบาดเจ็บระหว่างการแข่งขัน จะไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ห้ามใช้ขาหรือเท้าแตะลูก ถือเป็นการฟาวล์ 1 ครั้ง ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำฟาวล์ติดต่อกัน 3

สาวๆควรรู้ ผลของการไม่อาบน้ำติดต่อกันหลายๆวัน

  สาว ๆ คนไหนที่รู้ตัวว่าขี้เกียจอาบน้ำ ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าถ้าไม่ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยของตัวเองละก็ อาจเกิดผลเสียและปัญหาผิวต่าง ๆ รวมถึงปัญหาสุขภาพได้ ดังต่อไปนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าการรักษาความสะอาดเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อสุขภาพและอนามัยของเรา แต่ในบางครั้งความขี้เกียจก็เข้ามาครอบงำสาว ๆ ทำให้หลายคนไม่ค่อยชอบอาบน้ำบ่อย ๆ สักเท่าไรนัก แถมบางคนยังแอบพูดเล่นว่าถ้าใจสะอาดแล้ว น้ำไม่ต้องอาบก็ได้ ทั้งที่ความเป็นจริง การไม่อาบน้ำเพียงวันเดียว ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายของเราแล้ว และยิ่งถ้าไม่อาบน้ำติดต่อกันหลายวันด้วย ยิ่งเกิดผลร้ายมากกว่าผลดีแน่นอน ลองคิดดูสิคะ ในแต่ละวัน เราต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง ไหนจะฝุ่นควัน สิ่งสกปรก เชื้อโรคและแบคทีเรียต่าง ๆ อีก หูยยย… แค่คิดก็สยองแล้ว และเพื่อเป็นการเตือนใจสาว ๆ ที่ขี้เกียจอาบน้ำทั้งหลาย วันนี้กระปุกดอทคอมเลยได้รวบรวมผลเสียของการไม่อาบน้ำมาให้ได้ทราบกัน มาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง… แบคทีเรียสะสม รู้หรือไม่ว่าบนผิวหนังของคนเรานั้น มีแบคทีเรียอยู่เต็มไปหมด ซึ่งมีทั้งแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษ โดยแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์จะช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวให้ผิวชุ่มชื้นสุขภาพดี แต่หากเราละเลยการอาบน้ำแล้ว จะทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดีเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้เกิดสิ่งสกปรก เชื้อโรคและแบคทีเรียสะสมจนเกิดเป็นโรคผิวหนังได้ค่ะ มีกลิ่นตัวเหม็น แค่ในระหว่างวันก็ยังเกิดกลิ่นตัวขึ้นได้ ยิ่งถ้าคุณสาว ๆ ไม่อาบน้ำเลยนั้น รับรองว่ากลิ่นเหงื่อ กลิ่นไคลต้องเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นแน่ ๆ ทั้งนี้กลิ่นตัวเกิดจากการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรีย